ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 29/10/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 18/06/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 970
33740100332526


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (970)
วิธีแกะถอดประกอบมือถือ
ฟิล์มกันรอยแบบพิเศษ
อุปกรณ์เสริม iPhone/iPad/iPod
อุปกรณ์เสริม Smartphone
เครื่องมือแกะถอดโทรศัพท์
อะไหล่ไอโฟน iPhone 4
อะไหล่ไอโฟน iPhone 4S
อะไหล่ไอโฟน iPhone 5
อะไหล่ไอโฟน iPhone 5S
อะไหล่ไอโฟน iPhone 5C
อะไหล่ไอโฟน iPhone SE
อะไหล่ไอโฟน iPhone 6
อะไหล่ไอโฟน iPhone 6 Plus
อะไหล่ไอโฟน iPhone6s
อะไหล่ไอโฟน iPhone6s Plus
อะไหล่ไอโฟน iPhone7
อะไหล่ไอโฟน iPhone7 Plus
อะไหล่ไอโฟน iPhone8
อะไหล่ไอโฟน iPhone8 Plus
อะไหล่ไอโฟน iPhoneX
อะไหล่ iPad Air 1
อะไหล่ iPad Air 2
อะไหล่ iPad mini 1
อะไหล่ iPad Mini 2
อะไหล่ iPad Mini 3
อะไหล่ไอแพด iPad 2
อะไหล่ New iPad 3
อะไหล่ NewiPad 4
อะไหล่ไอพอด Gen 5
เครื่องมือช่างพิเศษ
อุปกรณ์ซ่อมโทรศัพท์
หัวแร้ง Soldering iron
เครื่องเป่าลมร้อน Hotair
ซัพพลาย+สายซัพพลาย
มิเตอร์+สายมิเตอร์
หม้อล้างบอร์ด Ultrasonic
ไขควง Screwdriver
แหนบ Tweezers
แผ่นเพลท
แท่นวางหัวแร้ง+ที่ใส่ตะกั่ว
โคมไฟ+แว่นขยาย
ตะกั่วเส้น+ตะกั่วเหลว
ฟลัก+น้ำยา+สเปรย์
ปลายหัวแร้ง+ใส้หัวเป่า
เบอร์ศูนย์บริการโทรศัพท์
เงือนไขการรับประกันสินค้า



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ











บทความ
โครงสร้างการทำงานโดยรวมและการแบ่งภาคกลุ่มการทำงานของเครื่องโนเกีย (อ่าน 3969/ตอบ 0)
มาทำความรู้จักกับโครงสร้างของเครื่อง NOKIA
                   เครื่อง โทรศัพท์โนเกีย เป็นเครื่องที่มียอดขายมากที่สุดในประเทศรวมถึงประเทศอื่นด้วย ส่วนในเรื่องของการรับงานซ่อมนั้นเครื่องที่เป็นโนเกีย จะเป็นเครื่องที่แวะเวียนมาให้เราซ่อมค่อนข้างจะมากที่สุด การจะซ่อมเครื่องโนเกียให้ได้ดีนั้น อย่างแรกเลยเราต้องรู้จักการทำงานของโครงสร้างโนเกียให้ดีซะก่อน ( เรื่องอิเลกทรอนิกส์เบื้องต้นก็สำคัญไม่แพ้กัน )เครื่องตระกูลโนเกียไม่ว่าจะเป็น ตระกูล DCT3 ,DCT4, WD2 ,BB5 เป็นต้น  หลักการทำงานค่อนข้างจะเหมือนกัน อาจจะเพิ่มรายละเอียดบางจุดเข้ามา แต่ลักษณะการทำงานยังคงเหมือนเดิม การแบ่งกลุ่มของโนเกียตามที่กล่าวมาแต่ต้น เค้าจะแบ่งลักษณะของกลุ่มตามลักษณะการทำงานของ Chip บนบอร์ด ผมแบ่งได้แบบนี้นะครับ ( ความเห็นส่วนตัว ) การแบ่งกลุ่มนั้น เราสามารถดูได้จาก โปรแกรมแฟลช ของ Tornado หรือ N-box เป็นต้น  ( ขึ้นอยู่กับ เวอร์ชั่นของตัวโปรแกรมด้วยนะครับ เวอร์ชั่นยิ่งใหม่ รุ่นก็ยิ่งมากขึ้น )
ตามภาพนะครับ ( เพื่อนๆที่รู้แล้วอาจจะน่าเบื่อหน่อยนะครับ )

       

การแบ่งกลุ่มของเครื่องโนเกีย แบ่งตามแบบนี้นะครับ ( ความเห็นส่วนตัว ใครจะแนะนำเพิ่มก็ได้นะครับ )
            การ แบ่งกลุ่มของเครื่องโนเกีย นั้นจะแบ่งตามกลุ่มของ Chip บนบอร์ดเป็นหลักเพื่อลดต้นทุนของทางผู้ผลิตเอง ถ้าทางโนเกียเค้าผลิตโทรศัพท์ออกมา 1 รุ่นแล้วใช้อะไหล่ของใครของมัน ก็ค่อนข้างจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย พอสมควร ดังนั้นเค้าก็จะผลิตเพื่อให้สามารถใช้ Chip ได้ร่วมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ( จากการวิเคราะห์ส่วนตัวนะครับ ) ที่นี้มาดูว่ามันต่างกันอย่างไร  

กลุ่มที่เป็น DCT 3  
         กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มที่ออกมาตั้งแต่ชุดแรกๆของทางโนเกีย ( จำไม่ได้ว่าออกตัวไหนก่อน ) แต่คุณสมบัติของกลุ่มนี้ ไม่มีอะไรพิเศษมาก (ถ้าเทียบกับปัจจุบัน ) ตัวเครื่องจะเป็นจอแบบ โมโนหรือจอขาวดำ ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เสียงเรียกเข้ายังเป็นแบบโมโนธรรมดา หน่วยความจำภายในตัวเครื่องก็ยังน้อยเพราะ ลูกเล่นยังน้อยอยู่ รุ่นที่ออกมาตอนนั้นก็มี 3310,3350,8210,8250,8850 เป็นต้น ลักษณะของ Chip บนบอร์ดที่ใช้ด้วยกันได้หลายรุ่นก็มี Ccont ,Cobba ,Hagar ,Chaps เป็นต้น  Chip บนบอร์ดของรุ่นนี้ที่เป็น Chip หลักๆก็มีอยู่ 12 ตัว  

กลุ่มที่เป็น DCT 4
          กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มที่ถูกพัฒนา ต่อเนื่องมาจากตระกูล DCT 3  คุณสมบัติของรุ่นนี้ที่เห็นเด่นชัดตอนนั้นเลย ก็คือ เสียงเรียกเข้าเป็นระบบ โพลีโฟนิค และก็มีการแสดงผลทางจอภาพเป็นแบบจอสี (บางรุ่นของกลุ่มนี้ที่เป็นจอขาวดำหรือจอโมโน ก็ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ) ลักษณะเด่นอีกก็คือเริ่มมีระบบกล้องและระบบวิทยุเข้ามาเสริมในตัวเครื่อง ด้วย ระบบความจำภายในตังเครื่องก็มีขนาดใหญ่ขึ้น รุ่นที่ออกมาตอนนั้นก็คือรุ่น 3510,3530,6510,8310,3100,6610,7250 เป็นต้น คุณสมบัติที่เด่นสุดตอนนั้นก็คือ มีการยุบรวม Chip บนบอร์ดเข้าด้วยกัน ให้เหลือน้อยที่สุด เช่นมีการยุบรวม Chip ของ DCT 3 เช่น CcontCobba , Chaps ( ไอซีชาร์จ ) มายุบรวม แล้วเหลือ Chip ตัวเดียวคือ UEM   บางรุ่นมีการยุบรวม IC Flash กับ IC Ram เข้าด้วยกันเป็น Combo Chip บนหลักๆ บนบอร์ดก็มีอยู่ประมาณ 8 ตัวจำนวน Chip น้อยลงก็จริง แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็มากขึ้น  

กลุ่มที่เป็น WD 2      
          กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มพิเศษ ที่พัฒนาต่อเนื่องจากกลุ่ม DCT 4   คุณสมบัติที่เด่นชัดที่สุดของกลุ่มนี้คือ มีการนำเอาในส่วนของซอฟแวร์ ซิมเบี้ยน OS เข้ามาทำงานร่วมกับระบปฎิบัติการของโนเกียด้วยครับ ปกติระบบปฎิบัติการของ Nokia ซึ่งเราเรียกระบบปฎิบัติการในส่วนนี้ว่า NOS ซึ่งจะทำงานในส่วนของระบบ Main ของเครื่องคือในส่วนของพวกไฟล์แฟลช แพ็คภาษา ต่างๆเป็นต้น แต่ที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับตระกูล WD2 นั้นจะมีระบบปฎิบัติการ Symbian OS ( ซิมเบี้ยน โอเอส ) หรือเรียกว่าระบบ EPOC  ระบบนี้จะทำงานในส่วนของ Application ในเครื่องเช่นโปรแกรมที่เราลงเสริมลงไปในตัวเครื่องเช่น เกมส์ ทีมส์ เป็นต้น  เมื่อนำระบบปฎิบัติการ ซิมเบี้ยน เข้ามาผสมกับระบบปฎิบัติการหลักของโนเกีย ก็เลยได้เครื่องที่เป็นตระกูล WD2 คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้ก็คือ สามารถทำการลงโปรแกรมเสิมได้ มีฟังก์ชั่นการทำงานที่เพิ่มขึ้น ขนาดหน้าจอก็ใหญ่ขึ้น คุณภาพของสีก็ดีขึ้น  สามารถฟังเพลง MP3 ได้ หน่อวยความจำในตัวเครื่องก็มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น มีหน่วยความจำภายนอกมาเสริมมี IC บูลธูท เป็นต้น รุ่นที่ออกมาก็มีรุ่น 6600,7610 ,6260 ,3230 เป็นต้น เครื่องตระกูลนี้มีการเปลี่ยนลักษณะ IC อยู่บ้างแต่ยังคง เป็น CHip ที่มีลักษณะการทำงานอิงอยู่กับตระกูล DCT 4 และยังไม่มีการพัฒนา รุ่นใหม่ๆออกมาอีก   Chip บนบอร์ดรุ่นนี้ จะมี IC Flash มากกว่า 1 ตัว เพื่อทำให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้น  Chip บนหลักๆ บนบอร์ดจะมีอยู่ระหว่าง 11-14 ตัว ส่วนมากจะเพิ่มมาในรูปของ IC Flash

กลุ่มที่เป็น BB5  
          กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหม่ล่าสุด ที่ดูเหมือนจะต่อยอดมาจากตระกูล WD2  แต่ก็ต่อยอดมาเฉพาะในส่วนที่มีโปรแกรม ซิมเบี้ยน ( แต่เป็นซิมเบี้ยน คนละเวอร์ชั่นกับ WD2 ) แต่จริงๆแล้วเครื่องตระกูล BB5 เป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาใหม่เกือบทั้งหมด ทั้ง Chip บนบอร์ดเองหรือโซนของการทำงาน ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ( เป็นกลุ่มที่ผมชอบที่สุด เพราะเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ) เครื่องในตระกูล BB5 มีการทำงาน
แบบ  One CPU ( ไม่มีระบบซิมเบี้ยน เข้ามาเกี่ยวข้อง ) ซึ่งก็ได้แก่รุ่นพวก 6270 ,6280 ,6131,6085 เป็นต้น (มี CPU 1 ตัว ) ทำงานในส่วนของ NOS อย่างเดียว    
แบบ  Two CPU ( มีระบบซิมเบี้ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ) ซึ่งได้แก่รุ่นพวก N70, N72 ,6680,6681 เป็นต้น  ( มี CPU 2 ตัว ) ทำงานในส่วนของ NOS และ EPOC  แยกการทำงานคนละส่วน แต่มีบางส่วนทำงานประสานกัน
          ในเครื่องตระกูล BB5 เป็นเครื่องที่ฟังก์ชั่นการทำงานที่เยอะมาก ทั้งประสิทธิภาพของการแสดงผลที่คมชัด สามารถถ่ายรูปได้ มีทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง มีอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกได้เช่น MMC เป็นต้น เมื่อคุณสมบัติของเครื่องเยอะขนาดนี้ ลำพัง CPU ตัวเดียวคงจะทำงานไม่ทัน ก็เลยต้องมี CPU เพิ่มมาอีกตัวเป็น 2 ตัว ( ในส่วนของที่มีระบบซิมเบี้ยน )  ระบบจ่ายไฟตัวเดียวก็คงไม่พอก็ต้องมี Chip จ่ายไฟเพิ่มมาอีก 1 ตัว Chip RF ก็เหมือนกันต้องมี 2 ตัว แยกการทำงานอย่างชัดเจน โดยแบ่งภาครับ ภาคส่งออกจากกัน , Chip ที่เก็บข้อมูลเช่นพวก IC Flash ก็เหมือนกัน  มีหน่วยความจำที่เยอะขึ้น Chip หลักๆบนบอร์ดจะมีอยู่ระหว่าง 10 ตัวขึ้นไป อาจถึง 15 ตัว

การแบ่งภาคการทำงานในส่วนโครงสร้างของ NOKIA
 
          การ ที่เราจะซ่อมโทรศัพท์มือถือนั้น การที่เราจะซ่อมได้ดีนั้น เราสมควรที่จะมีความชัดเจนเรื่องโครงสร้างให้ดีก่อน การแบ่งภาคการทำงานนั้น สำคัญเหมือนกัน เพราะเราจะรู้ว่า ภาคไหนทำงานอย่างไร โดยผมจะแบ่งภาคจากการทำงานเป็นหลัก ( จากประสบการณ์ส่วนตัว น่าจะเข้าใจง่ายกว่า )
ภาค BB หรือภาค Base Band  
          ภาค นี้เป็นภาคที่เกี่ยวกับ การทำงานในส่วนของระบบ Main  ของเครื่องโทรศัพท์ทั้งหมด พวกการเปิดปิดเครื่อง การประมวลผลของเครื่องในส่วนต่างๆ การทำงานในส่วนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นภาคพื้นฐานทั้งหมด ถ้าภาคนี้ทำงานไม่สมบูรณ์ จะส่งผลให้ภาคอื่นๆไม่สามารถทำงานได้ หรือเครื่องอาจจะเปิดไม่ติดหรือเปิดติดไม่สมบูรณ์

ภาค RF หรือภาค Radio Frequency                
          ภาค นี้เป็นภาคที่ทำงานในส่วนของที่ควบคุมและทำงานเกี่ยวกับภาครับภาคส่งของ โทรศัพท์ หรือภาคสัญญาณนั่นเองครับ ส่วนนี้มีความสำคัญไม่แพ้กับภาค BB แต่ส่วนนี้จะทำงานได้ ต้องให้ภาค BB ทำงานก่อนนะครับ คือเครื่องจะต้องเปิดติดและต้องมีการใส่ "ซิมการ์ด" ก่อน ภาค RF ค่อนข้างจะเป็นปัญหากับช่างซ่อมซะส่วนใหญ่เพราะยังไม่เข้าใจกับระบบการทำงาน ในภาคนี้ ( ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพยายามอธิบายให้เข้าใจ  แต่ต้องเข้าใจในภาค BB ให้ดีก่อน )

โหมดการทำงานของเครื่อง โนเกีย  
1.Pwr_off    โหมด นี้เป็นโหมดที่มีการจ่ายไฟจากแหล่งจ่ายไฟเข้าเครื่องแล้ว ไม่ว่าจะจ่ายจ่ายแบตเตอรี่หรือจ่ายจากซัพพลายแต่ยังไม่มีการกดสวิชย์ที่ตัว เครื่อง พูดง่ายๆก็คือเครื่องยังไม่มีการเปิดนั่นเอง   "มีการจ่ายไฟรอที่เครื่องแล้ว แต่ยังไม่มีการกดสวิชย์ "

2.Pwr_on            โหมด นี้เรียกอีกอย่างว่า Normal mode  โหมดนี้จะเป็นโหมดที่ต่อเนื่องจากโหมด Pwr_off คือเป็นโหมดที่มีการจ่ายไฟเข้าตัวเครื่องแล้วแล้วมีการกดสวิชย์ เพื่อให้ IC Power ทำงาน หรือเรียกกันง่ายๆว่า  เครื่องมีการเปิดติดนั่นเอง  "มีการจ่ายไฟ แล้วมีการกดสวิชย์ให้ เครื่องเปิดติด"

3.Sleep_mode     โหมดนี้เป็นโหมดที่ต่อเนื่องจากโหมด Normal mode  เรียกง่ายๆว่า โหมดหลับชั่วขณะ โหมดนี้จะเกิดได้เครื่องจะต้องเปิดติดก่อน แล้ว เมื่อ   "ไม่มีการตอบสนองจากภายนอกเข้ามาเลย    เช่น การกดปุ่ม การโทรเข้าออก การชาร์จ เป็นต้น " เครื่องถึงจะเข้า Sleep mode  ระยะเวลาที่เครื่องก่อนเข้า Sleep mode คือไม่การตอบสนองจากภายนอกเป็นระยะเวลา 15 วินาทีประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ ประหยัดพลังงาน  แรงดันไฟบางจุดหรือสัญญาณนาฬิกาบางจุดจะหยุดทำงานชั่วขณะ  เป็นการประหยัดพลังงาน


บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เกี่ยวกับเรา
บทความ
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน